บริหารงานโดย Bangkok Shuho Group: และหนังสือพิมพ์ "Bangkok Shuho" ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนญี่ปุ่นมากว่า 43 ปี

ออมเงิน อย่างถูกวิธีกันเถอะ!!

   ออมเงิน เพื่ออนาคต

   ในปัจจุบัน เศรษฐกิจทั่วโลกมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเงินแข็งตัว เงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่สูงมากขึ้น ไหนจะค่าพาหนะ ค่าการเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากมาย เป็นต้น ดูเหมือนว่า ออมเงิน นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

   นั่นจึงทำให้คนส่วนใหญ่ เลือกหันมา ออมเงิน โดยวิธีการต่าง ๆ อาทิ เช่น การฝากผ่านธนาคาร หรือแม้แต่การออมเงินอย่างง่ายๆ แบบการหยอดกระปุก ซึ่งแน่นอน จำนวนเงินออมของแต่ละคนคงไม่เท่ากัน เนื่องจาก รายรับและรายจ่ายที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจึงอยากอธิบายถึง ความแตกต่างระหว่างคนที่ออมเงินเป็น และคนที่ออมเงินไม่เป็น ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ จากวิธีการคำนวณเงินออม

   เริ่มจาก คนที่ออมเงินไม่เป็น

   จะมีวิธีการคำนวณ ดังนี้  รายรับ – รายจ่าย = เงินออม → ออมเงินจากส่วนที่เหลือใช้

   ลักษณะของคนที่ออมเงินไม่เป็น ถึงแม้จะมีความตั้งใจในการประหยัดเงินมากแค่ไหน แต่ถ้ามีความคิดที่ว่าประหยัดแล้ว จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง แล้วจึงเปลี่ยนมาเลือกซื้อสินค้าลดราคาตามซุปเปอร์ โดยที่เลือกไม่ซื้อขนมที่ไม่จำเป็น ซึ่งกว่าจะรู้ตัวสุดท้าย..ยอดเงินคงเหลืออาจจะหมดไปแล้วก็ได้ เป็นผลทำให้เดือนนั้นไม่สามารถออมเงินได้อีกเช่นเคย

   ส่วน คนที่ออมเงินเป็น

   จะมีวิธีการคำนวณ ดังนี้ รายรับ – เงินออม = รายจ่าย → นำเงินออมฝากสมุดบัญชีอีกเล่มหนึ่ง ส่วนเงินที่เหลือ เก็บไว้ใช้จ่ายส่วนตัว

   ลักษณะของคนที่ออมเงินเป็น จะเริ่มต้นด้วยการนำเงินออมไปฝากสมุดบัญชีไว้อีกเล่มหนึ่ง ส่วนเงินที่เหลือก็นำไปใช้จ่ายส่วนตัว 

   ในเรื่องถัดมา ที่จะทำให้เราออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือ เป้าหมายในการออมเงิน ซึ่งคำถามที่เรามักจะพบบ่อย คือ “ ควรออมเงินในแต่ละเดือนเท่าไร?” และถึงแม้โดยภาพรวมจะไม่อาจกล่าวได้ว่ามีการรวม หรือละค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยหรือไม่ แต่โดยทั่วไปตามมาตรฐานแล้วจะคิดเป็น 20% ของรายรับ

   ซึ่งเพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถคำนวน และกำหนดจำนวนเงินออมในทุก ๆ เดือนได้อย่างถูกต้อง โดยที่เรา ต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ตัวอย่าง เช่น “ออมเงิน เพื่ออะไร?” เป็นการหาแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ ในการเก็บหอมรอมริบ เพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่เราตั้งไว้ “จะออมเงิน ถึงเมื่อไร? ” เป็นการตั้งเป้าหมาย ในการออมเงิน อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างวินัยให้กับตัวเองอีกด้วย “ออมจำนวนเท่าไร?” เป็นอีกข้อที่สำคัญมาก สำหรับการออมเงิน ซึ่งจำนวนเงินนี้ ผู้ออมเงินต้องไตร่ตรองให้มาก เพราะการออมหากเป็นไปได้ ไม่ควรทำให้กระทบ ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวผู้ออม ควรเก็บออมแต่พอประมาณ พอกำลังของตน ไม่ออมมาก จนเบียนเบียน ออมพอควรแต่พอดี เป็นต้น

   นอกจากนี้ เรื่อง ความสม่ำเสมอ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน พูดได้ว่า มีความสำคัญไม่แพ้ การตั้งเป้าหมาย หรือจุดประสงค์ “ออมเพื่ออะไร?” “ออมถึงเมื่อไร? ” “ออมจำนวนเท่าไร?” 3 ข้อ ที่กล่าวมาข้างต้น เลยทีเดียว เพราะนี่ก็เป็นอีกสิ่ง ที่จะทำให้การออมของเรา ไปสู่การสำเร็จนั่นเอง

   ซึ่งเราคิดว่า ถ้าทุกคนนำวิธีนี้กลับไปลองใช้ดู จะสามารถสนุกไปกับการออมเงิน และมีเงินออมเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากเงินออม ทุกคนยังจะได้สร้าง วินัย ให้ตัวเองไปในตัวด้วย เรียกว่า งานนี้ได้ทั้งเงินออม ได้ทั้งวินัย

   “เ ก็ บ อ อ ม เ พื่ อ อ ะ ไ ร ?” “เ ก็ บ อ อ ม จ น ถึ ง เ มื่ อ ไ ร? ” “เ ก็ บ อ อ ม จำ น ว น เ ท่ า ไ ร?” เป็นต้น ซึ่งเราคิดว่าถ้าทุกคนนำวิธีนี้กลับไปลองใช้ดู จะสามารถสนุกไปกับการออมเงินและมีเงินออมเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

ออมเงิน

อ้างอิงจาก yahoo news japan

กลับหน้าหลัก

Leave your thoughts

Contact Us

J Biz Recruitment Co., Ltd.
Charn Issara Tower 1st Fl.,
942/43, Rama 4 Rd., Suriyawongse, Bangrak, Bangkok 10500
Tel: 02-632-9179
Email: info@jbizrecruitment.com