บริหารงานโดย Bangkok Shuho Group: และหนังสือพิมพ์ "Bangkok Shuho" ที่ได้รับความไว้วางใจจากคนญี่ปุ่นมากว่า 44 ปี

งบประมาณแผ่นดินกับแรงงาน

   ทำไมแรงงานถึงต้องสนใจติดตามข่าวงบประมาณประเทศ งบประมาณแผ่นดินกับแรงงาน เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

   พึ่งผ่านไปกับการอภิปรายงบประมาณปี 63 หลายคนอาจจะสงสัยว่า เราจะรู้เรื่องอภิปรายงบประมาณกันไปทำไม ทำไมต้องถ่ายทอดสด เรื่องราวของการบริหารประเทศ งบประมาณแผ่นดินกับแรงงาน มันเกี่ยวข้องกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผลกระทบของการจัดทำงบประมาณของรัฐ มีทั้งทางตรงและทางอ้อมกับแรงงานทุกระดับ มีอย่างไรลองติดตามกันดูครับ

   การใช้จ่ายของรัฐ การก่อสร้างเมกกะโปรเจค

   เริ่มต้นผลกระทบที่เราเห็นชัดเจน คือการใช้จ่ายของภาครัฐในการสร้างเมกกะโปรเจคต่าง ๆ เช่นรถไฟฟ้า ถนน หรือแม้แต่อาคารต่าง ๆ ของรัฐ (รวมไปถึงอาคารของกองทัพเรือที่เป็นข่าว) จะทำให้เกิดการจ้างงานเกิดขึ้น แรงงานทั้งในส่วนของผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างเชื่อม รวมไปถึงระดับโฟร์แมน วิศวกร ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ของผู้รับเหมาขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ย่อมได้อานิสงค์ไปด้วย นี่คือทางตรง
ส่วนทางอ้อมนั้น จะมาจากการซื้อขายวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องนี้ มีรายได้จากการประกอบการเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การจ้างงานหรือการเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานในบริษัทเหล่านี้

   นอกจากนี้ยังมีผลตามน้ำไปอีกถึงการจับจ่ายใช้สอยของคนงานต่าง ๆ ในพื้นที่ก่อสร้าง การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ไปจนถึงซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ยานพาหนะ ถือเป็นลูกโซ่ที่ไกลอีกทางหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ดังนั้นเราจึงมักจะได้ยินสม่ำเสมอว่า การทำเมกกะโปรเจค ทำให้เกิดรายได้และการสร้างงาน หลายรัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ที่พยายามผลักดันโปรเจคสองล้านล้าน หรือโปรเจคน้ำสามแสนล้าน (แต่ไม่ได้ทำ) มาจนถึงรัฐบาล คสช ที่พยายามสร้างรถไฟ 10 สาย ในยุคของตนให้เสร็จในทีเดียว ก็เพราะต้องการหวังผลทางเศรษฐกิจนั่นเอง

    การใช้จ่ายในโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

   สิ่งนี้ก็ถือเป็นโครงการที่ส่งผลตรงต่อตลาดแรงงานเช่นกัน รัฐมักจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ถูกเรียกกันในปัจจุบันว่า ประชานิยม ซึ่งจริง ๆ นโยบายประชานิยมหลายอย่าง อาจจะต้องแยกออกไปเป็นนโยบายอื่นที่ไม่ได้เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ถ้าจะยกตัวอย่างนโยบายกระตุ้นเศรฐกิจเป็นหลัก ก็มีอย่างเช่น นโยบายกองทุนหมู่บ้าน นโยบายรถคันแรก นโยบายเช็คช่วยชาติ หรือปัจจุบัน บัตรประชารัฐ หรือ ชิมช๊อปใช้ ก็คือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
   เราคงไม่วิจารณ์ไปในคอลัมน์นี้นะครับ ว่านโยบายไหนดีไม่ดีอย่างไร แต่จะพูดถึงว่า มันเกี่ยวข้องกับแรงานอย่างไร นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากจะทำให้ได้เงินไปใช้ (อย่างเช็คช่วยชาติ หรือ ชิมช๊อปใช้) ก็ยังช่วยเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อย่างรถคันแรก เป็นการกระตุ้นผ่านธุรกิจผลิตรถยนต์โดยตรง ซึ่งส่งผลให้ตลาดโตและมีโอกาสเกิดการจ้างงานในส่วนนั้นมากขึ้น ส่วนเช็คช่วยชาติ หรือ ชิมช๊อปใช้ ก็เป็นนโยบายที่ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในสินค้าอุปโภคบริโภค ถึงแม้ว่าชิมช๊อปใช้ จะบอกว่าเน้นการท่องเที่ยว แต่เอาจริง ๆ ก็เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคซะส่วนใหญ่ ซึ่งก็ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง มีรายได้เพิ่ม และมีโอกาสในการจ้างงานมากขึ้น

   การใช้จ่ายในโครงการสนับสนุนธุรกิจหรือการเกษตร

   โครงการแบบนี้อาจจะดูห่างไกลจากแรงงาน แต่จริง ๆ แล้วก็ส่งผลกระทบต่อแรงงานเช่นกัน เช่นโครงการจำนำข้าวหรือประกันราคาข้าว โครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ หรือโครงการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมอย่างเช่นโรบ๊อต หรือ อากาศยาน โครงการเหล่านี้หลายโครงการกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานโดยตรง เช่นโครงการสนับสนุนการลงทุนต่าง ๆ หรือบางโครงการ ก็ทำให้ปริมาณแรงงานหายไป เช่น จำนำข้าว ที่ทำให้หลายคนกลับไปทำนาเพิ่มขึ้น (ฮา) แต่ก็อาจจะเกิดการจ้างงานเพื่อการเกษตรเช่นกัน ซึ่งรวมไปถึงโครงการประกันพืชผลทางการเกษตรต่าง ๆ ก็จะให้ผลแบบเดียวกัน (นอกเหนือจากการประกันรายได้ของชาวนาชาวสวน)
   ทว่าผลกระทบทางอ้อมก็มี อย่างเช่นการซื้อสินค้า ซื้อมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ หรือการใช้จ่ายของเหล่าเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ดีขึ้น และเกิดการจ้างงานในส่วนอื่น ๆ ที่มีผลต่อเนื่องอย่างเช่นอุตสาหกรรมยานยนต์ หรืออุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่มเป็นต้น

   การใช้จ่ายเพื่อเงินเดือนราชการ สวัสดิการราชการและประชาชน

   งบประมาณนั้นจำนวนมากกว่า 70% ถือเป็นงบประมาณที่ใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนบุคลากรในหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งต้องบอกว่าส่วนนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพียงแต่ต้องดูว่าปัจจุบันเรามีพนักงานราชการจำนวนมากไปหรือน้อยไป จากการอภิปรายเราจะได้ยินว่าราชการมีลักษณะเป็นองกรแบบหัวโตตัวลีบ ราชการซีสูง ๆ มีมากและว่างงาน แต่ข้าราชการระดับปฏิบัติงานบางที่ก็ไม่เพียงพอต่อการทำงาน ซึ่งหากงบประมาณเป็นแบบนี้ก็ไม่ส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม เพราะเพิ่มงบประมาณและใช้จ่ายไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
   ในขณะที่เงินสนับสนุนสวัสดิการภาครัฐและประชาชนนั้น ส่วนของประชาชนย่อมกระทบตรงกับแรงงานอย่างเรา ๆ ที่ใช้สิทธิ์ประกันสังคม ถ้ามีมากพอ ก็จะทำให้เกิดบริการที่ดีขึ้น แต่ถ้าน้อยไป ก็จะส่งผลให้บริการเท่าเดิมหรืออาจแย่ลงกว่าเดิม ดังนั้นนโยบายส่วนนี้ถือเป็นจุดที่ประชาชนต้องจับตามอง

   การใช้จ่ายเพื่อความมั่นคงของประเทศ

   งบประมาณในส่วนนี้ โดยตัวงบประมาณจริง ๆ คงต้องบอกว่าไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพทางเศรษฐกิจหรือการจ้างงานเลยแม้แต่น้อย แต่หลายรัฐบาลรวมถึงหลาย ๆ ประเทศอย่างอินโดนีเซีย ก็ใช้การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ โดยแลกกับพืชผลทางการเกษตร เราเองก็มีแนวคิดในนโยบายเหล่านี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม บางทีจะไม่ใช่การแลก แต่เป็นการเจรจาต่อรองในการซื้อสินค้าแลกเปลี่ยนกัน เช่นเราซื้ออาวุธ ส่วนอีกฝ่ายก็ซื้อผลิตผลทางการเกษตรเรา เพียงแต่อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ จะต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ เนื่องจากแม้จะซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งาน ก็ยังต้องมีการซ่อมบำรุง การดูแลรักษา ซึ่งงบประมาณเหล่านั้นก็ต้องใช้ต่อเนื่องอีกไม่น้อยทีเดียว

   ผลของงบประมาณต่อประชาชน

   เราคงจะเห็นแล้วครับว่า งบประมาณต่าง ๆ ที่รัฐจะใช้ มีผลต่อประชาชนซึ่งก็มีผู้ใช้แรงงานอย่างเรา ๆ อยู่ในนั้นอย่างไร เราสามารถมองผ่านการทำงานของรัฐได้จากการวางงบประมาณ และการที่เราจะรู้สึกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลต่ออนาคตของเราและของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การใส่ใจเรื่องงบประมาณ และการทำงานของรัฐ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ที่จะให้เราได้ตัดสินใจในการเลือกใครก็ตาม ที่จะมาเป็นผู้นำ และกำหนดงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้อีกครั้งในอนาคต

ข้อมูลงบประมาณแผ่นเดิน สำนักงบประมาณ

กลับหน้ารวมบทความ

Leave your thoughts

Contact Us

J Biz Recruitment Co., Ltd.
Charn Issara Tower 1st Fl.,
942/43, Rama 4 Rd., Suriyawongse, Bangrak, Bangkok 10500
Tel: 02-632-9179
Email: info@jbizrecruitment.com